 |
|
|
| |
| หน้ากิจกรรม >> ชมจุดสำคัญทางประวัติศาสตร์ |
 |
1.
สถานทูตฝรั่งเศส
สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ตั้งอยู่ที่สถานที่ ปัจจุบันตั้งแต่ พ.ศ. 2400
เมื่อนายมองตันยี กงศุลฝรั่งเศส ได้เช่าพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณนี้ ขนาดประมาณ 4 ไร่ ต่อมาในวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2418 พระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทาน ที่ดินผืนนี้ให้แก่รัฐบาลฝรั่งเศส และได้รับเอกสารกรรมสิทธิ์ ในปี พ.ศ. 2468 อาคารสถานทูต ก่อสร้างโดยช่างชาวอิตาเลียน เป็นอาคารยกพื้นสูงมาก มีระเบียงด้านหน้า สถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรม อิตาเลียน
การคมนาคมติดต่อกับสถานทูตเดิมใช้ทางแม่น้ำ เจ้าพระยา
โดยเฉพาะในเหตุการณ์วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 พ.ศ. 2436 กองทัพฝรั่งเศสใช้เรือรบเดินทางเข้ามาเทียบท่าถึงบริเวณสถานทูต ต่อมาเมื่อมีการตัดถนนเจริญกรุง จึงทำทางเข้าทางถนนอีกทางหนึ่ง
อาคารสถานทูตได้รับการซ่อมแซมระหว่างปี พ.ศ. 2502 2511 และได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยาม เมื่อ พ.ศ. 2527 |
 |
2. ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ด้วยรูปแบบของสถาปัตยกรรม
สมัยใหม่ ประกอบด้วยอาคาร
อเนกประสงค์ที่ทันสมัย 4 อาคาร
ภายใต้หลังคาผืนเดียวกัน พร้อม
สิ่งอำนวยความสะดวกตาม
มาตรฐานสากลและพื้นที่ขนาด
65,000 ตร.ม. |
 |
3. อุทยานเบญจสิริ
สร้างเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายใน
วโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงมีพระ
ชนมพรรษาครบ 60 พรรษา
ในปี 2535 |
 |
4. พระปรางค์มีซุ้มคูหา 4 ทิศ
และภาพสลักหินเรื่องสามก๊ก
เดิมเป็นวัดร้าง สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) ได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. 2384 แล้ว ถวายรัชกาลที่ 3 |
 |
5. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อ
การศึกษาแห่งชาติ
ระบบสุริยะจักรวาล ดาราศาสตร์
อวกาศ ธรรมชาติ และสิ่งแวด
ล้อม รวมถึงเทคโนโลยีเกี่ยวพัน
กับความเป็นจริงและวิถีของ
มนุษย์มาตลอด |
 |
6. โบสถ์ชาวโปรตุเกสแห่งแรก
ย่านฝั่งธน
ซางตาครู้ด เป็นภาษา
โปรตุเกส แปลว่า วัดมหากางเขน สร้างครั้งแรกในสมัย
กรุงธนบุรี โดยบาทหลวงกอร์ ชาวฝรั่งเศส และคนในชุมชนที่
เป็นชาวคริสต์ นิกายคาทอลิก
เชื้อสายโปรตุเกส ที่อพยพหนี
เข้ามาตั้งถิ่นฐานครั้งเสียกรุง
ศรีอยุธยาครั้งที่ 2 |
 |
7. พระพุทธรูปทองโบราณ
เป็นวัดเก่าสมัยอยุธยา เดิมเรียก
กันว่าวัดเจ๊สัวหง ต่อมาสมเด็จ
พระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า
เจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จ
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิสังขรณ์เพิ่มเติมจนสำเร็จบริบูรณ์ |
| |
|
|
|
|